← กลับไปหน้าบทความ
เสียงหัวเราะในบ้านเรือนไทย
เรื่องผีและวิญญาณ

เสียงหัวเราะในบ้านเรือนไทย

จำนวนการดู 8 ครั้ง

ผู้เล่า: เสือตัวสุดท้าย *หมายเหตุ เรื่องนี้เป็นประสบการณ์จริงของผู้เล่า

ตอนนั้นฉันอาศัยอยู่ใน บ้านเรือนไทยไม้เก่าแก่หลังหนึ่ง เป็นบ้านโบราณที่มีอายุมานานมาก ใต้ถุนบ้านเป็นน้ำ และบริเวณนั้นมักมีเต่ากับตะพาบตัวใหญ่ ๆ อาศัยอยู่

คืนนั้นมีเพื่อนมาหาที่ห้องตามปกติ

ฉันเป็นคนที่ห้อยพระติดตัวอยู่เสมอ และในคืนนั้นเอง ขณะที่กำลังอยู่ในห้อง ฉันได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่บริเวณใต้ถุนบ้าน หรืออาจจะอยู่ในน้ำด้านล่าง

ตอนแรกฉันไม่ได้คิดอะไร คิดว่าน่าจะเป็นเสียงเต่าหรือตะพาบที่อยู่ใต้บ้าน

พื้นบ้านเป็นไม้ และระหว่างแผ่นไม้จะมีช่องเล็ก ๆ พอให้มองลงไปด้านล่างได้ ฉันจึงก้มลงไปส่องดู พร้อมกับเรียกเพื่อนให้มาช่วยดูด้วย

แต่ไม่เห็นอะไรเลย

ทั้งฉันและเพื่อนพยายามมองอยู่พักหนึ่ง ก็ยังไม่เห็นตัวอะไร

จนกระทั่งฉันกำลังจะเงยหน้าขึ้น...

สร้อยพระที่ห้อยอยู่กับคอกลับหลุดตกลงไปในช่องพื้นไม้

ตอนนั้นฉันคิดในใจว่า

“เอาแล้วไง... คงเอาคืนไม่ได้แล้วล่ะ”

สุดท้ายก็เลยปล่อยเลยตามเลย คิดว่าเดี๋ยวค่อยว่ากัน

จากนั้นฉันก็ไปอาบน้ำตามปกติ

ห้องน้ำอยู่ทางฝั่งซ้ายของตัวบ้าน ข้าง ๆ ห้องน้ำจะมีห้องใหญ่ห้องหนึ่ง ซึ่งมีคนพักอยู่ ส่วนฝั่งตรงข้ามกันจะมีห้องเล็กอีกห้องหนึ่ง

ห้องนั้นไม่มีคนอยู่

แต่เดิมห้องเล็กห้องนั้นเคยเป็น ห้องพระ ก่อนจะถูกเปลี่ยนมาเป็นห้องนอนของน้องคนหนึ่ง เพียงแต่ตอนนั้นยังไม่มีใครเข้าไปนอน ประตูห้องจึงเปิดทิ้งไว้อยู่

ระหว่างที่ฉันกำลังจะเข้าห้องน้ำ สายตาก็เหลือบเข้าไปในห้องนั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ

และสิ่งที่เห็น...

ทำให้ฉันหยุดนิ่งไปชั่วขณะ

ภายในห้องมี หิ้งพระเก่า ๆ ติดอยู่บนผนังสูง แต่บนหิ้งกลับไม่มีพระอยู่เลย

และใต้หิ้งนั้น...

มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่

เธอนั่งก้มหน้า นิ่งมาก

ตอนแรกฉันคิดว่าอาจจะเป็นคนในบ้าน แต่ภาพที่เห็นมันชัดเกินกว่าจะคิดว่าเป็นเพียงเงา

มันเหมือนคนจริง ๆ

ฉันจ้องอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะคิดว่าตัวเองอาจตาฝาด จึงขยี้ตาแล้วมองกลับไปอีกครั้ง

แต่คราวนี้... ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นแล้ว

ฉันพยายามปลอบตัวเองว่า คงเป็นเพราะแสงในห้องหรือความมืดที่ทำให้มองผิดไป จึงไม่ได้คิดอะไรต่อ

จนกระทั่งคืนนั้น... ตอนที่กำลังนอนหลับอยู่ ฉันรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างผิดปกติ

หน้าอกเริ่มแน่น พยายามขยับตัว แต่กลับขยับไม่ได้

ตอนนั้นฉันยังไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องลี้ลับ คิดเพียงว่าตัวเองอาจเหนื่อยมากจนเกิดอาการ ภาวะอัมพาตขณะนอนหลับ (Sleep Paralysis) ซึ่งบางครั้งร่างกายจะเหมือนตื่นแล้ว แต่กลับขยับไม่ได้ชั่วคราว

ฉันจึงพยายามทำใจให้สงบ คิดว่าสักพักก็คงหาย

แต่แล้ว... ฉันก็ได้ยินเสียงหัวเราะ

เป็นเสียงหัวเราะของผู้หญิง

เสียงแหลม ๆ ดังอยู่ใกล้มาก

ตอนแรกเป็นเพียงเสียงหัวเราะเบา ๆ แต่ยิ่งฟัง...

เสียงนั้นกลับยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ

ความแน่นหน้าอกก็เพิ่มมากขึ้น เหมือนมีบางอย่างกำลังกดทับอยู่บนร่างกาย

ตอนนั้นฉันกลัวจน ไม่กล้าลืมตา

ฉันพยายามนึกถึงบทสวด แล้วเริ่มสวด

“อรหังสัมมา...”

แต่ทันทีที่เริ่มสวด

เสียงหัวเราะกลับดังขึ้นกว่าเดิม

เหมือนกับว่าคนที่กำลังหัวเราะนั้นรู้ว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่

แล้วจู่ ๆ เสียงนั้นก็พูดขึ้นมาท่ามกลางเสียงหัวเราะว่า

“มึงใช้บทสวดบูชาพระสวดไล่กูเนี่ยนะ...”

จากนั้นก็หัวเราะออกมาอีกครั้ง

ตอนนั้นฉันยิ่งกลัว แต่ก็พยายามสวดบทแผ่เมตตาต่อ

ทว่าด้วยความกลัวและความกดดันที่เกิดขึ้น ฉันกลับจำบทสวดไม่ได้ทั้งหมด สวดได้เพียงบางส่วนก็หยุดไป

แล้วจู่ ๆ ...

ก็มีเสียงผู้หญิงแก่ ๆ ดังขึ้นมา

เป็นเสียงแหบ ๆ เหมือนคนสูงอายุ ตะโกนขึ้นมาว่า

“อย่าไปสนใจมัน! มันทำอะไรไม่ได้หรอก!”

ฉันสะดุ้งกับเสียงนั้น

แต่เสียงหัวเราะของผู้หญิงอีกคนก็ยังคงดังอยู่

คราวนี้ฉันจึงพยายามสวดเพียงคำสั้น ๆ ซ้ำไปซ้ำมา

“นะโมตัสสะ...
นะโมตัสสะ...
นะโมตัสสะ...”

ฉันสวดซ้ำอยู่อย่างนั้นหลายครั้ง

เสียงผู้หญิงแก่ ๆ ก็พูดขึ้นมาอีก

“กูบอกว่าอย่าไปสนใจมันไง!”

เหมือนกำลังพยายามแข่งกับเสียงหัวเราะที่ดังอยู่ข้าง ๆ

ตอนนั้นฉันจึงคิดว่า...

ถ้ายิ่งกลัว เสียงพวกนี้ก็คงยิ่งไม่หาย

ฉันเลยพยายามไม่สนใจมัน

พยายามคิดเรื่องอื่น

อะไรก็ได้...

ขอแค่ไม่คิดถึงเสียงหัวเราะนั้น

และตอนนั้นเอง ฉันดันนึกถึงเรื่องอื่นๆ ที่ตัวเองกำลังคลั่งไคล้อยู่ขึ้นมา

ฉันพยายามคิดเรื่องนั้นต่อไปเรื่อย ๆ

ไม่สนใจเสียงหัวเราะ

ไม่สนใจเสียงที่ได้ยิน

ไม่สนใจความกลัว

แล้วเรื่องที่น่าประหลาดที่สุดก็เกิดขึ้น...

ความแน่นหน้าอกค่อย ๆ หายไป

เสียงหัวเราะที่เคยดังอยู่ใกล้ ๆ...

ก็เงียบลง

และในที่สุด...

ฉันก็สามารถขยับตัวได้อีกครั้ง

คืนนั้นฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร