รายการความฝันทั้งหมด
พูดคุยเรื่องฝันตอนหลับ
ความฝันเปรียบเสมือนประตูสู่โลกอีกใบ โลกที่ไร้กฏแห่งความจริง ไร้ขอบเขตของเหตุผล เป็นสิ่งที่ทั้งลึกลับ น่าสงสัย น่าอัศจรรย์ เป็นพื้นที่เล็กๆ ที่เราหลุดออกจากโลกแห่งเหตุผลและก้าวเข้าสู่อาณาจักรที่อะไรก็เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการบินได้ พูดคุยกับคนจากอดีต เดินในเมืองที่ไม่มีอยู่จริง หรือเผชิญหน้ากับเหตุการณ์เหนือจินตนาการที่ไม่สามารถพบเจอในโลกที่ตื่นขึ้นมา บางความฝันก็สวยงามจนอยากอยู่ต่อ บางครั้งก็เป็นปริศนาที่ต้องตีความ บางครั้งยาวเป็นฉากเหมือนภาพยนตร์ทั้งเรื่อง ขณะที่บางคืนกลับว่างเปล่า? ทำไมบางคนควบคุมความฝันได้ราวกับผู้กำกับ? และทำไมบางความฝันถึงจริงจนแยกไม่ออกว่าเราตื่นหรือยัง? และบางครั้งก็อาจประหลาดใจจนทำให้เราตื่นขึ้นมาพร้อมคำถามว่า "มันเกิดขึ้นได้ยังไง" ทั้งหมดนี้ทำให้ความฝันยังคงเป็นหนึ่งปรากฏการณ์ที่ ทั้งจริงและไม่จริง ทั้งลึกลับและใกล้ตัวในเวลาเดียวกัน ที่นี่…คือพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเล่า แบ่งปัน และแชร์ความฝันให้กันและกัน โลกอีกใบที่สร้างโดยสมองแต่ไม่ว่าฝันนั้นจะสวยงาม น่าตื่นเต้น หรือแม้แต่ดูน่ากลัว… มันก็เป็นเพียงความฝัน เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานของสมอง ไม่ใช่คำทำนาย ไม่ใช่ลางร้าย และไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงเสมอไป
โดย สุนัขผู้เดียวดาย | 6 months ago
ผมไม่รู้ว่ามันเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไรรู้ตัวอีกที ผมก็ยืนอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ราวกับถูกดึงหลุดออกมาจากโลกเดิมอย่างเงียบงันรอบตัวผมคือโลกแปลกประหลาดที่ไม่อาจอธิบายได้ด้วยคำธรรมดาทิวทัศน์ตรงหน้าเต็มไปด้วยสีสันนับไม่ถ้วน สีเหล่านั้นไม่หยุดนิ่ง มันค่อย ๆ เปลี่ยนเฉด เปลี่ยนรูป เปลี่ยนบรรยากาศ เหมือนโลกทั้งใบกำลังหายใจอยู่ผมมองไปรอบ ๆ ด้วยหัวใจที่เต้นแรงไม่มีผู้คน ไม่มีสิ่งมีชีวิตใด ๆมีเพียงผม…กับความเวิ้งว้างที่งดงามอย่างน่าประหลาดไม่นานนัก ทิวทัศน์ก็แปรเปลี่ยนอีกครั้งพื้นดิน แสง เงา ทุกอย่างบิดเบือนราวกับกฎของความเป็นจริงไม่อาจใช้ได้ที่นี่ผมเริ่มเดินไปข้างหน้า ทั้งที่ไม่รู้ปลายทางระหว่างทาง ผมสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างรอบตัวมีแสงหลากสีลอยไปลอยมาอย่างอิสระ คล้ายสิ่งมีชีวิตที่ไร้รูปร่างพร้อมกับเสียงแผ่วเบาที่ไม่ใช่คำพูด แต่ก็ไม่ใช่ความเงียบมันเป็นเสียงที่เหมือนกำลังเรียก…หรือกำลังสื่อสารกับผมแล้วทันใดนั้นแสงสว่างจ้าก็ปรากฏขึ้นตรงหน้ามันสว่างเสียจนผมไม่อาจลืมตาได้ร่างกายรู้สึกเบา ราวกับกำลังจะหลุดลอยไปพร้อมแสงนั้นก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกลืนหายไปในความขาวโพลนและในเสี้ยววินาทีนั้นเองผมก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาหัวใจยังเต้นแรงภาพของโลกแปลกประหลาดยังคงติดอยู่ในความทรงจำทิ้งไว้เพียงคำถามเดียวในใจ…
อ่านต่อโดย เสือตัวสุดท้าย | 6 months ago
คืนนั้นเป็นคืนที่ฉันยังจำได้ไม่ลืม เหมือนตัวเองล่องลอยอยู่กึ่งหลับกึ่งตื่น รู้สึกตัวว่ากำลังนอนอยู่บนเตียง แต่กลับขยับแขนขาไม่ได้แม้แต่นิดเดียว ร่างกายหนักอึ้งราวกับมีบางสิ่งมากดทับบนหน้าอก หายใจก็ลำบากจนเริ่มจะตื่นตระหนก ในหัวตอนนั้นพยายามหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง “คงเป็น Sleep Paralysis* แบบที่เคยอ่านมามั้ง” ฉันพยายามตั้งสติ ไม่ดิ้น ไม่ขืนตัว เพราะคิดว่าเดี๋ยวมันก็คงหายไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมากลับทำให้เลือดในกายเย็นวาบ เสียงหัวเราะของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นข้างหูเบาๆ ก่อนเธอจะพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันว่า “จะตายอยู่แล้วยังคิดว่าป่วย… ตลกจัง” หัวใจฉันแทบหยุดเต้น ฉันเป็นคนกลัวผีมาก พอได้ยินประโยคนี้ก็รู้ทันทีว่า นี่ไม่ใช่คน ความเย็นยะเยือกแล่นขึ้นตามสันหลังแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน แล้วเสียงหัวเราะของเธอก็ดังขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกำลังสนุกกับความหวาดกลัวของฉัน ฉันรีบสวด นะโม ตัสสะ ไปตามสัญชาตญาณ แต่เสียงผู้หญิงคนนั้นกลับหัวเราะลั่นกว่าเดิม “มึงสวดบทบูชาพระไล่กูเหรอ คิดว่ากูกลัวเหรอ?” เธอหัวเราะอย่างสะใจต่อหน้าความพยายามของฉัน จนฉันแทบจะร้องไห้ แต่ในจังหวะนั้นเอง ก็มีเสียงอีกเสียงดังแทรกขึ้นมา เป็นเสียงหญิงแก่ แหบแห้ง และน่ากลัวกว่าเสียงแรก เธอบอกว่า “อย่าไปสนใจมัน!” ฉันยิ่งตกใจไปใหญ่ ไม่รู้ว่าควรเชื่อเสียงไหน แต่สัญชาตญาณบอกให้สวดแผ่เมตตา แต่เสียงหญิงแก่ก็ขึ้นอีกครั้ง “กูบอกว่าอย่าไปสนใจมัน! คิดเรื่องอื่น! มันทำอะไรมึงไม่ได้หรอก!” ด้วยความจนตรอก ฉันเลยลองทำตาม ฉันพยายามเบี่ยงความคิดไปเรื่องอื่น เรื่องที่ทำให้ใจฉันพอจะสงบลงได้ ฉันนึกถึงศิลปินที่ตัวเองรักที่สุดในตอนนั้น คัง แบคโฮ ฉันพยายามคิดถึงหน้าเขา คิดถึงเวลาเขายืนบนเวที คิดว่าเขาหล่อแค่ไหน และอยากเจออีกเมื่อไหร่ พยายามคิดถึงภาพถ่ายล่าสุดของเขาที่ดูดีมากจนอดยิ้มไม่ได้ ถึงแม้ตอนนั้นจะยิ้มไม่ออกก็ตาม ไม่นานเสียงหัวเราะของผู้หญิงคนนั้นก็ค่อยๆ เบาลง และหายไปเหมือนไม่เคยมีอยู่จริง และทันทีที่เสียงนั่นหายไปฉันก็ขยับตัวได้อีกครั้ง ฉันลุกขึ้นมาดูนาฬิกา ตอนนั้นเป็นเวลา ตีสามครึ่ง พอดี ความกลัวในคืนนั้นทำให้ฉันนอนไม่หลับอีกเลย จนกระทั่งเช้า ฉันไปทำบุญให้ “เธอ” ทั้งสองและหวังว่าฉันจะไม่ต้องเจออะไรแบบนั้นอีกเลยในชีวิตนี้ *Sleep Paralysis คือ ภาวะอัมพาตขณะหลับ เป็นภาวะที่ร่างกายรู้สึกตัวแต่ขยับไม่ได้ เกิดขึ้นเมื่อสมองยังอยู่ในช่วงหลับฝัน (REM Sleep) ในขณะที่ร่างกายเริ่มตื่น ทำให้ผู้มีอาการไม่สามารถขยับตัวหรือส่งเสียงได้ชั่วขณะ ซึ่งอาจเกิดขึ้นในช่วงใกล้หลับ (Hypnagogic Sleep Paralysis) หรือช่วงใกล้ตื่น (Hypnopompic Sleep Paralysis)
อ่านต่อโดย เสือตัวสุดท้าย | 6 months ago
ในความฝันเราอยู่ในเมืองๆหนึ่ง ตัวเราในฝันจะคุ้นเคยกับสถานที่นั้นมากๆ แต่พอมานั่งนึกหลังจากที่ตื่นมาแล้วไม่คุ้นเคยกับสถานที่นี้เลย และไม่เคยไป สถานที่นั้นก็เหมือนเมืองปกติก็คือจะมีถนนแต่ไม่ค่อยมีรถผ่าน มีคนเดินอยู่ข้างทาง 2 เลนเป็นระเบียบมากๆ และข้างทางจะมีร้านยา ร้านขายอาหาร โรงเรียน ตึก และอื่นๆ ปกติเหมือนชีวิตที่เราดำเนินอยู่ปัจจุบันเลย ที่นี้เราไปเดินอยู่ข้างทางที่เขาปลูกต้นไม้ทรงพุ่ม มือเราก็ไปจับต้นไม้นั้นแล้วมือข้างขวาไปโดนใยแมงมุม เราก็เลยเอามือข้างซ้ายปัดออก แล้วก็เดินต่อไปข้างหน้า ไม่รู้ว่าเดินไปไหน แต่กำลังเดินตามคนเยอะๆ หลังจากปัดใยแมงมุมตอนนั้นไป สักพักมือเราก็เริ่มดำขึ้น ปลายนิ้วมือทั้งสองข้างดำ เราก็เลยเดินไปหาอนามัยที่อยู่ข้างหน้า มีป้ายเขียนว่าโรงเรียนพยาบาล เป็นโรงพยาบาลที่มีนักเรียนไปเรียนอยู่ด้วย เราก็เลยเดินขอไปใช้อ่างน้ำล้างมือเพราะมือเราดำ ทางนั้นก็เลยอนุญาตให้เราเข้าไปล้างมือ พอไปล้างมือเสร็จคราบดำๆก็หายไปแต่ไม่ทันได้ออกจากห้องน้ำเลย มือก็เริ่มกลับมาดำขึ้นอีกครั้ง เราก็เดินออกไปขอยากแก้แพ้หน่อยได้ไหมเพราะมือมันดำ คิดว่าน่าจะแพ้ เพราะว่าตอนนี้นอกจากจะดำ ผื่นยังขึ้นด้วยรู้สึกคัน เลยคิดว่าน่าจะแพ้ เขาเห็นสภาพมือก็เลยบอกว่า ถ้าอย่างงั้นไปเบิกยาที่ห้องนู้น ห้องที่มีนักเรียน เรียนอยู่ เราก็เลยเดินไป ตรงนั้นก็มีคุณครูที่เป็นคุณหมอคนหนึ่ง เราก็เลยเดินไปขอยาจากห้องนั้นเพราะว่าเขาบอกว่าขอยาห้องนั้นจะได้ไม่เสียเงิน หรือค่าเบิกยาจะไม่แพง หมอคนนั้นก็เลยไปหยิบยาให้ แล้วยาที่หยิบมาเหมือนเม็ดข้าว เราเอามือรอง เขาก็เทออกมา ตอนแรกนึกว่าเขาจะเทให้เม็ดหรือสองเม็ด แต่เขาเทมาเต็มอุ้งมือเราเลย และเขายังเอายาอีกอันหนึ่งที่เป็นเหมือนมันอบแห้งไว้ในนั้นจะมีใบไม้ซึ่งไม่รู้ใบอะไร เขาก็มาวางบนมือเรา แล้วก็มีหอย หอยที่เป็นแบบอบแห้งแล้วทั้งเปลือก คือเขาจะให้เรากิน เราเลยบอกว่าเราแพ้หอย เราแพ้จริงๆ เขาก็เลยหยิบหอยออกไป แล้วเขาก็หยิบใบไม้อีกชนิดหนึ่งมาใส่ในมือเรา เขาบอกว่ากินเคี้ยวเข้าไปแล้วก็อีกสองสามนาทีก็น่าจะหาย เราก็เลยกินเข้าไปตามที่เขาว่า แต่มันไม่มีน้ำ เรากินเรารู้สึกว่ามันระคายคออยากกินน้ำ หิวน้ำมาก เพื่อนเราคนหนึ่งก็มาพูดกับเราว่า เห้ย! มึงเราต้องกลับแล้ว เพื่อนก็เลยพาเราไปทั้งเดินข้ามถนน รถน้อยมาก แต่ก็มีรถแค่มีน้อย เพื่อนก็พาข้ามถนน เป็นวงเวียน เดินข้ามถนนไปอีกฝึ่งเป็นฝั่งตรงข้ามที่เราเดินมา ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็ไม่รู้ว่าเราเดินมาเพื่อจุดประสงค์ที่จะมาโรงพยาบาลหรอ หรืออะไร ตอนนี้ก็เดินกลับไปข้างทางก็จะมีร้านน้ำ ร้านอาหาร ร้านแรกที่เจอกำลังคิดว่าจะแวะซื้อน้ำ แต่เพื่อนบอกมึงไม่มีเวลาแล้ว เดี๋ยวมึงค่อยไปกินข้างหน้าก็ได้ เดี๋ยวมึงกลับไปแล้วมึงค่อยไปกิน เราก็เลยบอกว่ากูหิวน้ำ กูขอแวะซื้อก่อน เพื่อนก็บอกว่ามันไม่มีเวลาแล้ว เราก็เห็นว่าคนเยอะ ปกติร้านคนเยอะเราจะไม่เข้าอยู่แล้วเป็นปกตินิสัยเราเลย ก็เลยเดินไปอีกเรื่อยๆคิดว่าข้างหน้าอาจจะมีร้านน้ำอื่น แล้วก็ไปเจอร้านหนึ่งที่ไม่มีคนเลย เป็นร้านขายน้ำเปล่าโดยเฉพาะ ก็เลยว่าจะแวะเข้าไปซื้อก่อน เพื่อนก็บอกไม่ได้ มึงแวะไม่ได้ มึงต้องกลับไปเดี๋ยวนี้ มึงไม่ต้องกินหรอก เราก็เลยโมโห ทำไมมึงไม่ให้กูกินน้ำเพราะกูหิวน้ำกูจะซื้อ ก็เลยถามเพื่อนมึงเป็นอะไรเนี๊ย เพื่อนก็เลยบอกว่าก็เพราะมึงฝันอยู่ไง หลังจากนั้นเราก็ตื่นเลย หลังจากตื่นมาก็หิวน้ำจริงๆ
อ่านต่อ